เรื่องเครียด….เครียด


…มีใครเคยลองสังเกตตนเองกันบ้างไหมว่ารู้สึกเครียดกันเมื่อไหร่ ช่วงใกล้สอบ, ต้องเข้าโรงพยาบาล, นั่งลุ้นรางวัลกองสลาก, เดินทางไปบ้านสาวเจ้าเพื่อเผชิญหน้าอนาคตพ่อตาแม่ยาย, หรือเมื่อทราบว่าคนใกล้ชิดเสียชีวิต??? แน่นอน, แต่ละคนคงมีคำตอบที่หลากหลาย เหตุการณ์ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของอีกหลาย ๆ สาเหตุความเครียดของมนุษย์ เพราะคนเราทุกคนต่างดำรงชีวิตอยู่ภายในสิ่งแวดล้อมที่ยากแก่การคาดเดา นอกจากเวลาที่ผ่านไปกับการเดินของเข็มนาฬิกาซึ่งเป็นสิ่งที่แน่นอนแล้ว, เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรแม้เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีข้างหน้า ธรรมชาติจึงสร้างมนุษย์ขึ้นมาบนพื้นฐานของความยืดหยุ่นและการปรับตัว เรามีความสามารถในการหาคุณค่าของสิ่งรอบข้างและนำมันมาใช้ ตลอดจนเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส แต่กระนั้น, ความสามารถของเราก็ยังคงมีข้อจำกัด และเมื่อใดที่ความเป็นไปของธรรมชาติรอบข้างก้าวเลยขอบเขตนั้น มนุษย์ก็จะเกิดความไม่สบาย ทุกข์ใจ และกลายเป็นความเครียดขึ้น…

ซื่งพูดง่าย ๆ ความเครียดก็คือ “กระบวนการที่ร่างกายใช้เพื่อตอบสนองต่อแรงกระตุ้นจากภายนอกที่ไม่เหมาะสม  หรือมากเกินความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์” นั่นเอง

แบบประเมินความเครียด
1. เธอ ชอบมั้ยกับการที่มีแต่ใครๆ มาห้อมล้อมรุมรักเธอ

    A ชอบดิ เหมือนดาราดีอ่ะ

    B โอ๊ย! ยุ่งอารายกะชั้นนักหนา

2. เธอคิดว่าไม่ว่าจะเจอเรื่องแย่แค่ไหน….ก็ต้องมีสิ่งดีๆมาหาเธอเสมอ
  
    A แน่นอนชีวิตใครจะหดหู่อยู่ตลอด

    B โอ้ไม่แน่นอน โลกนี้โหดร้ายกับฉันเสียจิง

3. เธอคิดว่าถ้ามีเรื่องแย่ๆ แค่ไหนก็ตามเกิดขึ้นในอนาคตเธอจะสามารถผ่านมันไปได้ด้วยดี

    A ปล่อยมันไปเดี๋ยวก็ดีเอง

    B ไม่แน่ใจว่าจะรับได้แค่ไหน

4. เธอคิดว่าวิถีชีวิตที่เธอได้เธอเป็นอยู่ตอนนี้ดีสุดๆ

    A แค่นี้ก็ OK น่ะ

    B ก็ลุ่มๆ ดอนๆ ยังไงก็ไม่รู้

5. เธอมีเพื่อนสนิทที่คุยกันได้ทุกเรื่องหรือป่าว

    A แน่นอนเพื่อนซี้มีคนเดียวก็เกินพอ

    B ชอบมีเพื่อนเป็นกลุ่มมากกว่าอบอุ่นดี

6. เธอรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเวลาตื่นนอนตอนเช้า

    A สดชื่นทุกวัน แม้ว่าเป็นวันที่น่าเบื่อ

    B ไม่รู้เป็นไร สดชื่น เฉพาะเสาร์อาทิดย์เท่านั้น

7. เมื่อมีปัญหาเธอคิดเสมอว่ามันต้องมีทางออกของมันเอง

    A ทุกอย่างมีทางออกของมันเอง

    B ไม่เสมอไป บางอย่างเราก็แก้ไขไม่ได้เอง

8. เธอคิดว่าตัวเองมีข้อดีที่น่าภูมิใจ

    A แน่นอน ไม่เข้าข้างตัวเองแล้วจะไปเข้าข้างใคร

    B ไม่เลย รู้สึกทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง

9. เธอเคยฮัมเพลงเวลาอาบน้ำบ้างหรือป่าว

    A แน่นอนเทสต์เสียงไปในตัว

    B ไม่อ่ะ อายตัวเองจิงๆ

10. เธอมีจุดมุ่งหมายในใจอยู่เสมอ

     A เป้าหมายในชีวิตวัดความสำเร็จ

     B คิดแค่วันนี้ตอนนี้อย่างเดียวเท่านั้น

11. เธอมีความสุขกับการวิ่งตามความฝันของตัวเอง

     A ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึงด้วย

     B รู้สึกว่าความฝันห่างไกลเหลือเกิน

12. เคยมั้ยบางวันแค่มองดวงจันทร์ก็ยืนอมยิ้ม

     A เคยสิ โรแมนติกยังไงก้ไม่รู้

     B อยู่ไหนเหรอดวงจันทร์ ไม่เห็นมานานแล้ว

13. เธอปวดหัวบ่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุหรือป่าว

     A ปวดเฉพาะเป้นหวัดคัดจมูก

     B ปวดเป็นงานอดิเรกเชียว

14. เดี๋ยวนี้ชอบเม้าท์แตกเรื่องชาวบ้านหรือป่าว

     A ไม่เลย เรื่องชาวบ้านเราไม่เกี่ยว

     B ไม่รู้เป้นไรเห็นใคร ก็คันปากไปหมด

15. เดี๋ยวนี้ขี้หลงขี้ลืมหรือป่าว

     A ไม่น่ะ ปกติดี

     B นั่นสิ ป้ำๆ เป๋อๆ ยังไงก็ไม่รุ้

16. นอนหลับสบายดีมั้ย

      A หัวถึงหมอนก็นอนฝันหวาน

      B นอนไม่หลับกระสับกระส่าย

17. พักนี้เธอบ่นอยากไปไหนไกลๆ รึป่าว

      A อยากไปกะเพื่อนๆ เฮฮาปาร์ตี้

      B อยากไปที่ไหนก็ได้คนเดียว ในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก

18. เธอรู้สึกเหนื่อยง่าย แม้ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ

      A ไม่เลย แข็งแรงทนทานดีอยู่

      B นั่นสิเหมือนแก่ก่อนวัยยังไงก็ไม่รู้

19. เดี๋ยวนี้เธอทะเลาะกับคนรอบข้างถี่เกินไปรึป่าว

      A ไม่น่ะออกจะรักกันจี๋จ๋า

      B นั่นสิ เจอใครก็เหม็นหน้าไปหมด

20. ช่วงนี้ทำอะไรไม่ค่อยจะมีสมาธิเลยจริงๆ

      A ปกติ ( อ่านหนังสือแล้วจำไม่ได้ยังไงก็เป็นอยู่อย่างนั้น)

      B รู้สึกเนือยๆ ไม่ค่อยตั้งใจทำอะไรเลย

เช็กระดับความเครียดกันสักหน่อย

     ถ้าเลือกข้อ A ต่ำกว่าสิบข้อ

ชมรมความเครียดยินดีต้อนรับ แหมหนุ่มน้อยสาวน้อยเอ๋ย รู้สึกเธอจะเครียดเกินไปแล้วนะ   อายุก็เท่านี้เองจะซีเรียสกับชีวิตไปไย   เธอต้องหาเวลาเพื่อนผ่อนคลาย หรือหาสาเหตุที่ทำให้เธอเครียดขืนปล่อยเอาไว้จะทำให้เธอเสียสุขภาพจิตได้

      ถ้าเลือกข้อ A ตั้งแต่ 10-15 ข้อ

สุขภาพจิตของเธออยู่ในระดับปกติ แต่ก็อาจจะมีแนวโน้มที่จะเครียดได้ถ้ามีอะไรมากระตุ้น หรือมีเรื่องมากระทบจิตใจเธอ ทางที่ดีพยายามเตือนตัวเองไม่เอาน่าอย่าเครียดๆ”

      ถ้าเลือกข้อ A มากกว่า 15 ข้อ

เย้! ดีใจด้วยน่ะที่ไม่ต้องเข้ามาอยู่ในชมรมคนเครียดสุขภาพจิตของเธอแข็งแรงดี   มีความสุขในชีวิตปัจจุบันตามสภาพสามารถแก้ไขข้อคับข้องใจและปัญหาเฉพาะหน้าได้ ยอมรับความเป็นไปต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่าย ทำให้มีความสุขกับการใช้ชีวิต

การมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง กับการเรียน หรือการทำงานนั้น เป็นสิ่งดี แต่ถ้าทำให้ถึงกับเครียดจนเกินไปก็ไม่ใช่สิ่งสมควร เพราะเมื่อเกิดความเครียดขึ้นแล้ว นอกจากจะทำให้ไม่ได้งานออกมาไม่ดีแล้ว ยังส่งผลเสียด้านอื่นๆ ด้วย เช่น ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย ทำให้เสียความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด ทั้งเพื่อน และคนในครออบครัว ทำให้ชีวิตไม่มีความสุข

ดังนั้น การรู้จักผ่อนคลายคยวามเครียดจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยคลายเครียด และเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน และการทำงาน ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี กับผู้อื่น เกิดบรรยากาศที่ดี และทำให้มีความสุขในชีวิตมากขึ้น
10 วิธี คลายเครียด มีดังนี้

1. ฟังเพลง หามุมสงบ

นั่งปล่อยใจให้ล่องลอยอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วฟังเพลง เบาๆ โดยเฉพาะเพลงจำพวก Meditation ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายแบบตามความต้องการ ทั้งเสียงของดนตรี บรรเลง หรือเสียงธรรมชาติ จำพวกเสียงคลื่น.. เสียงน้ำตก.. เสียงนกร้อง รับรองว่าจะช่วยสร้างสมาธิให้กลับคื่นสู่สมอง และจิตใจได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ

2. ฉายเดี่ยวดูภาพยนตร์

ขอแนะนำให้ฉายเดี่ยวแล้วตีตั๋วดูหนังดีๆ สักรอบ เพราะการไปดูหนัง เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะปลดปล่อยความรู้สึกให้ ล่องลอยอย่างเป็นอิสระ ไม่จมอยู่กับปัญหา และยังเป็นการระบายความอัดอั้นตันใจได้อย่างเห็นผล แต่ต้องถามตัวเองก่อน ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน เช่น ถ้าอยากร้องไห้ก็ไปดูหนังรักเศร้าเคล้าน้ำตา แล้วก็ร้องไห้ออกมาให้พอ หรือถ้าเครียดจัดก็จงไปดูหนังตลกแล้วหัวเราะให้หลุดโลกไปเลย

3. โทรหาเพื่อนรู้ใจ

อย่าคิดว่าตัวเองจะแก้ปัญหาทุกปัญหาได้ดี ยกหูโทรศัพท์หาเพื่อนรู้ใจสันคนแล้วระบายความรู้สึกให้เพื่อนได้รับรู้ เพราะการมีคนรับฟังและให้คำปรึกษา จะทำให้ชีวิตที่เอียงกะเท่เร่เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อย่างน้อยก็ยังรู้สึกว่า ไม่ได้แบกปัญหาอยู่คนเดียวในโลก

4. เขียนไดอารี่

การเขียนไดอารี่ เปรียบเสมือนการเปิดประตูอารมณ์ที่ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจต่างๆ ได้ไหลลงสู่หน้ากระดาษอย่างเป็นอิสระ และเป็นส่วนตัวที่สุด เพราะการถ่ายเทความรู้สึกในใจออกมา จะทำให้จิตใจปรับสมดุลได้เร็วขื้น อีกทั้งระหว่างการเขียนไดอารี่นั้นยังถือเป็นการทบทวนความรู้สึกตัวเองที่ดีที่สุดด้วย และข้อดีอีกอย่างหนึ่ง คือ ไดอารี่เป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ที่สุด เพราะรับฟังเราเสมอ และไม่เคยเอาความลับไปบอกต่ออีกด้วย


 

5. พลังแห่งการสัมผัส

ลองมองหาใครสักคนช่วยโอบกอด หรือสัมผัสเบาๆ เวลารู้สึกเหนื่อยล้าดูสิ เพราะร่างกายคนเราเวลาถูกสัมผัสเนี่ย จะทำให้เกิดฮอร์โมนที่ชื่อ “อ๊อกซี่โทชิน” ซึ่งมีผลในการลดระดับความเหนื่อย และความเครียด ช่วยให้ร่างกายที่กำลังอ่อนล้ารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

6. สร้างอารมณ์ขัน

พยายามมองหาเพื่อนที่มีอารมณ์ขัน ช่วยกระตุ้นจิตใจที่แสนห่อเหี่ยวให้หัวเราะได้อีกครั้ง เพราะคนที่หัวเราะง่ายจะมีสุขภาพจิตที่ดี เนื่องจาก การหัวเราะจะช่วยลดความดันโลหิต และระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลลง (ฮอร์โมนคอร์ติซอล คือ ฮอร์โมนแสดงความเหนื่อยล้าในกระแสเลือด) แถมยังช่วยเสริมสร้างระดับของ “อิมโมโนโกลบูลินเอ” ซึ่งเป็นสารแอนตี้บอดี้ที่สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกด้วย เพราะฉะนั้นหัวเราะเข้าไว้ แล้วจะดีเอง

 

7. สูดกลิ่นหอม

รู้หรือเปล่าว่า กลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์มีผลในการช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้สดชื่นตื่นตัว และยังกระตุ้นพลังงานในจิตใจได้เป็นอย่างดี เวลาเครียดๆ ก็ลองสูดกลิ่นหอมของดอกไม้ อย่างกลิ่นกุหลาบ มะลิ ลาเวนเดอร์ หรือจะหยดน้ำมันหอมระเหยในน้ำอุ่นกำลังดี แล้วนอนแช่ตัวให้เพลินสักครึ่งชั่วโมง กลิ่นหอมจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้อย่างบอกไม่ถูก


 

8. ไปตากอากาศ

หาเวลาหลบไปสูดอากาศบริสุทธิ์ กับชีวิตท่ามกลางธรรมชาติสักพัก หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ ปล่อยสมองให้ว่างที่สุด แล้วก็นอนให้มากที่สุดเท่าที่อยากจะนอน เพราะบางทีความรู้สึกเหนื่อยล้า และหดหู่แบบไม่ทราบสาเหตุ มันมาจากชีวิตที่ยุ่งเหยิงจนเกินไป เพราะฉะนั้นหลบไปนอนตากน้ำค้างดูดาวเสียบ้าง หัวใจจะได้ชาร์จพลังได้ดีขึ้น

9. หาสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน

ลองหาสัตว์เลี้ยงสักตัวมาเป็นเพื่อนเล่นก็ไม่ เลวนะ เพราะการให้เวลากับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด คุยเล่น หยอกล้อกับมันเสียบ้าง จะช่วยให้จิตใจอันแสนจะฟุ้งซ่าน สงบลงได้ แถมรู้จักการให้และมองโลกในแง่ดีมากขึ้นอีกต่างหาก ที่สำคัญยังช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วยนะ

10. จินตนาการแสนสุข

อีกทางเลือกสำหรับการบรรเทาความหดหู่ในส่วนลึก เป็นการดึงตัวเองออกจากโลกปัจจุบัน ทำได้โดยหลับตาแล้วหายใจลึก ๆ จากนั้นก็สร้างจินตนาการถึงความฝันที่วาดหวังเอาไว้ หรือแม้แต่ความหลังอันแสนสุขที่เคยมีการดึงความสุขจากจินตนาการมาใช้จะ ทำ ให้เกิดพลังสร้างสรรค์ในหัวใจ และยังช่วยสลายความเครียดข้างในได้เป็นอย่างดี ทำแบบนี้เงียบๆ สัก 5 นาที รับรองรู้สึกดีแบบทันตาเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s