ทำตัวอย่างไร? ในยุคข้าวยากหมากแพง

เงิน

ทำตัวอย่างไร? ในยุคข้าวยากหมากแพง (โลกสดใส-กายสุขสันต์)    

คำว่า “ข้าวยากหมากแพง” ของคนโบราณ ไม่ได้หมายความว่า สินค้าประเภท “บริโภค” มีราคาสูง และไม่มีผลผลิตพอที่จะหามาบริโภค เพราะความหมายของคนโบราณในคำว่า ข้าวยากหมากแพง นั้นมันรวมครอบคลุมไปถึง สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนที่กำลังเกิดในวิกฤติต่อความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันอีกด้วย

เพราะฉะนั้นช่วงเวลาของคนโบราณ ที่เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง คนทุกคนจะต้องร่วมมือกันที่จะสร้างสรรค์ และช่วยพยุงให้สังคมดีขึ้น โดยไม่คิดเอาตัวรอดเพื่อให้ตัวเองมีความสุขแต่เพียงคนเดียว จึงเห็นได้ว่าคนโบราณนั้น สิ่งที่จะมาแก้ไขวิกฤติให้ขาดหายไป เขาจะมุ่งเน้นถึงความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจต่อกันที่จะแก้ไขให้วิกฤติมันหมดสิ้นลงไป

วันนี้เมื่อเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง นั่นหมายถึงว่าคนจน คนที่ด้อยโอกาสจะต้องรอวันตายลูกเดียว ส่วนคนมีโอกาส คนที่มีทรัพย์สินเงินทอง คนเหล่านี้ยังคงเต็มไปด้วยความสุข และยิ่งจะมีความสุขเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น ที่เอาวิกฤติไปใช้เก็บเกี่ยวหาผลประโยชน์จากคนที่กำลังประสบกับจากวิกฤติข้าวยากหมายแพงอีกด้วย

สังคมไทยจึงกลายเป็นสังคมแห่งการเอาตัวรอด หรือเป็นสังคมตัวใครตัวมัน เมื่อเกิดสังคมตัวใครตัวมันอย่างนี้ หลายคนจึงอยากตั้งคำถามว่า “แล้วเราจะพบกับความสุขได้อย่างไรในยุค ข้าวยากหมากแพง”

          ถ้าจะมองหาการแก้ไขวิกฤติข้าวยากหมากแพงแบบง่ายที่สุด แต่ทำยากที่สุดคือ การละลดความเห็นแก่ตัว เพิ่มความเมตตากรุณา และเติมเต็มคำว่า เอื้ออาทรต่อกัน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คิดจะทำง่ายที่สุด แต่ให้ลงมือทำจะทำได้ยากมาก เพราะคนส่วนใหญ่ยังเป็นคนที่ “เห็นแก่ตัว” เป็นสำคัญ

          ดังนั้นเราต้องหาวิธีหาความสุขในยุคข้าวยากหมากแพง ด้วยตัวของเราเองดีกว่า เริ่มจาก…   

1. สร้างการยอมรับ โดยต้องให้ตัวเองยอมรับในสภาวะที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีข้อแม้ว่า “วันนี้เข้าสู่ภาวะข้าวยากหมากแพง” แล้ว เพราะการยอมรับจะทำให้เกิดการมองเห็นถึงตัวปัญหา และจะเกิดความทะยานอยากที่จะแก้ไขปัญหานั้นให้หมดไป เป็นต้นว่า ยอมรับว่าตนเองนั้น ไม่สามารถจะต่อสู้กับภาวะที่เกิดขึ้นได้ อาทิ

เมื่อตนเองมีรายได้ในขีดจำกัด เราก็ต้องยอมรับถึงการจะใช้จ่ายตามกำลังทรัพย์ที่ตัวเองมีอยู่ ไม่ใช่อยากจะได้อะไรก็โกหกตัวเองว่าวันนี้เงินเรายังไม่มี วันหน้าเราก็จะต้องหาเงินได้ แล้วจากนั้นก็จะตัดสินใจสร้างหนี้ โดยนำเงินอนาคตออกมาใช้ไม่ว่าจะเป็นการรูดเงินด้วยบัตรเครดิต การกู้ยืมจากนายทุน รวมไปถึงการจำนำ จำนองทรัพย์สินที่มีอยู่ โดยคิดว่าวันข้างหน้าเราจะสามารถนำเงินอนาคตที่เรามาใช้ในวันนี้มาชดเชยได้ ดังนั้นการยอมรับในสภาวะที่เกิดขึ้นจึงมีความสำคัญในระดับแรก

  2. มานะอดทน การแก้ไขสิ่งที่ขาดแคลน ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการหาสิ่งอื่นมาเสริม หรือสร้างสิ่งที่ขาดแคลนให้กลับมาเหมือนเดิม โดยวิธีการจะทำเช่นนี้ให้เกิดผลขึ้นมาได้จะต้องอยู่ที่ความตั้งใจจริงของตนเองเป็นอันดับแรกเพื่อมุ่งมั่นให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นมา ครั้นเมื่อมีความตั้งใจที่แน่วแน่แล้วก็ลงมือทำ ไม่ว่าจะทำยากหรือยากมากแค่ไหนเราต้องยอมอดทน ไม่ท้อถอยเพื่อให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นมาให้ได้

ในประเด็นนี้หากรอบๆ ตัวมีความรักความสามัคคีต่อกัน การตั้งใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ขาดแคลนให้กลับมา จะเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญ เพราะนอกจากจะได้ทั้งแรงกายเพิ่มเติมแล้ว ยังได้แรงใจสนับสนุนให้เกิดพลังภายในอีกด้วย การแก้ไขวิกฤติข้าวยากหมากแพงในหัวข้อความมานะอดทน จึงเป็นเสมือนเครื่องจักรที่มีความสมบูรณ์ ที่สามารถสร้างผลผลิตออกมาได้ตามศักยภาพ

   3. รู้จักการออม ในวิธีที่สามนี้ถือเป็นวิธีสุดท้ายที่เราเริ่มมองเห็นแสงสว่างแห่งชัยชนะที่เรากำลังพิชิตวิกฤติได้แล้ว เพราะฉะนั้นในวิธีที่สามจะเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด เนื่องจากความานะอดทนที่เรากระทำในช่วงที่สองเริ่มพบกับความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ดังนั้นการเก็บผลผลิตที่เกิดขึ้นมาจากความมานะอดทนจึงมีความจำเป็นอย่างสูง เพราะแน่นอนผลผลิตที่เราได้มาจากวิธีที่สองนั้น ย่อมจะต้องยังไม่สามารถจะนำเอาไปผลักดันให้วิกฤติข้าวยากหมากแพงออกไปสังคมได้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องสะสมสิ่งทีได้มาให้เกิดมีพลัง มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดพลังต่อต้านได้มากที่สุด พูดกันง่ายๆ คือแม้เราจะหาเงินมาได้แต่เราต้องสะสมเงินนั้นเอาไว้ให้มากพอ อย่าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายตามใจชอบ มิฉะนั้นจะไม่สามารถปรับตัวให้อยู่อย่างมีความสุขในภาวะวิกฤติเช่นนี้ได้

จาก 3 วิธี เพื่อการอยู่รอดในภาวะข้าวยากหมากแพง และอยู่อย่างมีความสุขในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ไม่เพียงแค่จะทำให้เราและครอบครัวอยู่ได้อย่างมีความสุขเท่านั้น แต่หากทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ยังเป็นการปูพื้นฐานที่แน่นแฟ้นให้เกิดขึ้นกับตนเอง และครอบครัวมีความมั่นคงแข็งแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคตต่อไปอีกด้วย

ปานมณี

ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s